ซีรีส์เกม Dragon Ball
ซีรีส์เกม Dragon Ball ถือเป็นหนึ่งในแฟรนไชส์เกมจากอนิเมะและมังงะที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก โดยมีต้นกำเนิดจากผลงานของ Akira Toriyama และเริ่มถูกนำมาดัดแปลงเป็นวิดีโอเกมตั้งแต่ยุคเครื่อง Nintendo Entertainment System และ Famicom ในช่วงทศวรรษ 1980 เกมยุคแรกมักนำเสนอแนวแอ็กชัน ผจญภัย และ RPG ที่เล่าเรื่องตามต้นฉบับของดราก้อนบอลภาคแรกและภาค Z เช่น Dragon Ball: Shenron no Nazo และ Dragon Ball Z: Kyōshū! Saiyan ก่อนที่ในยุค 1990 จะเริ่มพัฒนาไปสู่เกมต่อสู้แบบเต็มรูปแบบบนเครื่อง Super Nintendo Entertainment System และ Sega Saturn ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น จุดเด่นของเกมยุคนี้คือการจำลองพลัง “คิ”, ท่าไม้ตายอย่าง Kamehameha และการต่อสู้แบบ 1 ต่อ 1 ที่ทำให้แฟน ๆ รู้สึกเหมือนได้ควบคุมตัวละครในอนิเมะจริง ๆ
เมื่อเข้าสู่ยุค 2000 ซีรีส์ Dragon Ball ได้ก้าวเข้าสู่ยุคทองของเกมต่อสู้สามมิติ โดยเฉพาะซีรีส์ Dragon Ball Z: Budokai และ Dragon Ball Z: Budokai Tenkaichi บนเครื่อง PlayStation 2 ซึ่งได้รับคำชมอย่างล้นหลามจากระบบการต่อสู้ที่รวดเร็ว ฉากทำลายล้างขนาดใหญ่ และจำนวนตัวละครที่มหาศาล โดยเฉพาะ Budokai Tenkaichi 3 ที่มีตัวละครให้เล่นมากกว่า 150 ตัว จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในเกม Dragon Ball ที่ดีที่สุดตลอดกาล หลังจากนั้นยังมีการแตกแขนงเป็นเกมหลายแนว เช่น Dragon Ball Xenoverse ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างตัวละครของตนเองและเดินทางแก้ไขเส้นเวลา, Dragon Ball FighterZ เกมไฟต์ติ้งสไตล์ 2.5D จากค่าย Arc System Works ที่โดดเด่นด้านภาพระดับอนิเมะ และ Dragon Ball Z: Kakarot ที่เน้นการเล่าเรื่องแบบ Action RPG ให้ผู้เล่นได้สัมผัสชีวิตของโกคูตั้งแต่วัยเด็กจนถึงการต่อสู้ครั้งสำคัญในภาค Z
ปัจจุบันแฟรนไชส์เกม Dragon Ball ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการพัฒนาเกมใหม่อย่าง Dragon Ball: Sparking! Zero ซึ่งถือเป็นการกลับมาของซีรีส์ Budokai Tenkaichi หลังจากห่างหายไปนานกว่าสิบปี และถูกคาดหวังว่าจะยกระดับประสบการณ์การต่อสู้ให้สมจริงที่สุดด้วยกราฟิกยุคใหม่บน PlayStation 5, Xbox Series X and Series S และ PC สิ่งที่ทำให้ซีรีส์เกม Dragon Ball แตกต่างจากเกมอนิเมะแฟรนไชส์อื่น คือความสามารถในการรักษาเสน่ห์ของต้นฉบับ ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง การแปลงร่าง และฉากการต่อสู้ระดับมหากาพย์เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคสมัย เกม Dragon Ball ยังคงเป็นหนึ่งในเกมที่แฟนอนิเมะทั่วโลกรอคอยและพร้อมกลับไปสัมผัสอยู่เสมอ.
ลำดับเกมหลักของซีรีส์ Dragon Ball
ลำดับเกมหลักของซีรีส์ Dragon Ball หากเรียงตามยุคและความสำคัญของซีรีส์หลัก จะสามารถแบ่งได้ดังนี้
- ยุคเริ่มต้น (8-bit / 16-bit Era)
- Dragon Ball: Shenron no Nazo – เกมแรกของแฟรนไชส์ (Famicom)
- Dragon Ball: Daimaō Fukkatsu
- Dragon Ball 3: Gokuden
- Dragon Ball Z: Kyōshū! Saiyan
- Dragon Ball Z II: Gekishin Freeza!!
- Dragon Ball Z III: Ressen Jinzōningen
- Dragon Ball Z: Super Butōden
- Dragon Ball Z: Super Butōden 2
- ยุค Budokai (2002–2004)
- Dragon Ball Z: Budokai
- Dragon Ball Z: Budokai 2
- Dragon Ball Z: Budokai 3
- ยุค Budokai Tenkaichi / Sparking! (2005–2007)
ถือเป็นยุคทองของแฟน Dragon Ball หลายคน จุดเด่น: ตัวละครมากกว่า 150 ตัว, บินได้อิสระ, ฉากทำลายล้าง- Dragon Ball Z: Budokai Tenkaichi
- Dragon Ball Z: Budokai Tenkaichi 2
- Dragon Ball Z: Budokai Tenkaichi 3
- ยุคทดลองและออนไลน์ (2008–2014)
- Dragon Ball Z: Burst Limit
- Dragon Ball: Raging Blast
- Dragon Ball: Raging Blast 2
- Dragon Ball Z: Ultimate Tenkaichi
- Dragon Ball Z: Battle of Z
- ยุคสมัยใหม่ (Modern Era)
- Xenoverse = สร้างตัวละครเอง + เปลี่ยนเส้นเวลา
- FighterZ = เกมต่อสู้ระดับ eSports
- Kakarot = Action RPG เล่าเนื้อเรื่องครบ
- Sparking! Zero = ภาคสืบทอด Budokai Tenkaichi