Skip to main content

Fire Emblem: Three Houses

ไฟร์ เอ็มเบลม: ธรี เฮาส์ส

Platform:  

Fódlan is a land long scarred by war, but has at last achieved peace and harmony under the watchful eye of the goddess. It is the Imperial year 1179, and Fódlan's three powers—the Adrestian Empire, the Holy Kingdom of Faerghus, and the Leicester Alliance—exist in tenuous balance. Byleth, a wandering mercenary and the game's protagonist, chances upon three youths being pursued by bandits. As they rescue youths alongside their father, they discover that these are no ordinary teenagers, but are in fact students of the Officers Academy at Garreg Mach Monastery—and what's more, each is the heir to one of Fódlan's three great factions. This twist of fate leads Byleth to travel to Garreg Mach, at the center of the continent, and become appointed as a professor at the academy. There they take on a colorful class of students, and find fulfilling personal growth in guiding them to success. But these peaceful days are not to last, as a dreadful plot unfolds in the shadows and draws Fódlan ever closer toward an all-consuming conflict.


Fire Emblem: Three Houses

เรื่องราวหลักและฉากหลังของ Fire Emblem: Three Houses


Fire Emblem: Three Houses เป็นเกมสวมบทบาททางยุทธวิธีที่มีเรื่องราวและฉากหลังอันซับซ้อน ตัวเกมดำเนินเรื่องในทวีป ฟอดแลน (Fódlan) ซึ่งแบ่งออกเป็นสามประเทศหลักที่อยู่ในช่วงสันติภาพในปัจจุบัน ได้แก่:

  • จักรวรรดิแอดเรสเทีย (Adrestian Empire) ตั้งอยู่ทางใต้และตะวันตก
  • ราชอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แฟร์กัส (Holy Kingdom of Faerghus) ตั้งอยู่ทางเหนือ
  • สมาพันธ์เลสเตอร์ (Leicester Alliance) ตั้งอยู่ทางตะวันออก

ศูนย์กลางที่เชื่อมโยงสามประเทศนี้คือ อารามการ์เรกแมค (Garreg Mach Monastery) ซึ่งเป็นที่ตั้งของ โบสถ์แห่งไซรอส (Church of Seiros) และ โรงเรียนนายร้อย (Officers Academy) ข้อมูลนี้ถูกต้องทั้งในแง่ภูมิศาสตร์และบทบาทของสถานที่ในเกม


โบสถ์แห่งไซรอสและประวัติศาสตร์ของฟอดแลน

โบสถ์แห่งไซรอส เป็นศาสนาหลักที่มีอิทธิพลอย่างมากในฟอดแลน โดยตั้งชื่อตาม นักบุญไซรอส (Saint Seiros) และอุทิศให้กับการบูชา เทพธิดา (the Goddess) ซึ่งสอดคล้องกับเนื้อเรื่องของเกม ในอดีตอันไกลโพ้น เกิดสงครามครั้งใหญ่ระหว่าง นักบุญไซรอส และ เนเมซิส (Nemesis) ผู้ถูกเรียกว่า “ราชันย์แห่งการปลดปล่อย” (King of Liberation) สงครามนี้เป็นจุดกำเนิดของ จักรวรรดิแอดเรสเทีย

ต่อมาในช่วงหนึ่งพันปี ราชอาณาจักรศักดิ์สิทธิ์แฟร์กัส แยกตัวออกจากจักรวรรดิ และ สมาพันธ์เลสเตอร์ ประกาศอิสรภาพจากทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ โดยโบสถ์แห่งไซรอสทำหน้าที่เป็นผู้รักษาสันติภาพ ข้อมูลนี้สะท้อนประวัติศาสตร์ของฟอดแลนในเกมได้อย่างแม่นยำ


ตราสัญลักษณ์และมรดกวีรชน

ตราสัญลักษณ์ (Crests) เป็นสัญลักษณ์ที่สืบทอดทางสายเลือด มอบพลังเวทมนตร์ให้ผู้ครอบครอง และมีบทบาทสำคัญในการเมืองของขุนนางในฟอดแลน ตราสัญลักษณ์มีที่มาจากบุคคลในตำนาน เช่น:

  • โซธิส (Sothis)
  • นักบุญไซรอส (Saint Seiros)
  • นักบุญทั้งสี่ (Four Saints)
  • เนเมซิส (Nemesis)
  • สิบยอดชน (Ten Elites)
  • มอริซ (Maurice)
  • อัครสาวกทั้งสี่ (Four Apostles)

ผู้ที่มีตราสัญลักษณ์สามารถใช้ มรดกวีรชน (Hero’s Relics) ซึ่งเป็นอาวุธและเครื่องมือโบราณทรงพลัง ข้อมูลนี้ถูกต้องและครอบคลุมแหล่งกำเนิดของตราสัญลักษณ์ตามที่ระบุในเกม


เรื่องราวหลัก

ผู้เล่นรับบทเป็น บีเลธ (Byleth) อดีตทหารรับจ้างที่มีอดีตลึกลับ ซึ่งกลายเป็นศาสตราจารย์ที่โรงเรียนนายร้อยในอารามการ์เรกแมค ระหว่างการโจมตีโดยโจร บีเลธได้รับการช่วยเหลือจาก โซธิส (Sothis) เด็กสาวลึกลับที่ปรากฏในความฝันและมีเพียงบีเลธที่ได้ยินเสียงของเธอ

เจรัลต์ (Jeralt) พ่อของบีเลธ กลับเข้าร่วม อัศวินแห่งไซรอส (Knights of Seiros) แต่เตือนบีเลธให้ระวัง เรีย (Rhea) หัวหน้าบาทหลวงของโบสถ์ เนื่องจากมีความลับที่ซ่อนอยู่ ข้อมูลนี้ตรงกับเนื้อเรื่องในช่วงต้นของเกม


การเลือกบ้านและเส้นทางของเรื่องราว

บีเลธต้องเลือกนำหนึ่งในสามบ้านของโรงเรียนนายร้อย ซึ่งแต่ละบ้านมีผู้นำจากสามประเทศ:

  1. บ้านนกอินทรีดำ (Black Eagles) นำโดย เอเดลการ์ด (Edelgard) จากจักรวรรดิ
  2. บ้านสิงโตคราม (Blue Lions) นำโดย ดิมิทรี (Dimitri) จากราชอาณาจักร
  3. บ้านกวางทอง (Golden Deer) นำโดย โคล้ด (Claude) จากสมาพันธ์

การเลือกบ้านกำหนดเส้นทางเรื่องราว โดยครึ่งแรกของเกม (จนถึงบทที่ 12 หรือ 13) เน้นชีวิตในโรงเรียนและความขัดแย้งเบื้องต้น ซึ่งคล้ายกันในทุกเส้นทาง ข้อมูลนี้ถูกต้องตามโครงสร้างของเกม


กลุ่มผู้สมคบคิดและจุดเปลี่ยนของเรื่องราว

มีกลุ่มที่ต่อต้านโบสถ์แห่งไซรอส เช่น:

  • จักรพรรดิเพลิง (Flame Emperor)
  • อัศวินทมิฬ (Death Knight)
  • “ผู้ที่คืบคลานในความมืด” (Those Who Slither in the Dark)

เหตุการณ์สำคัญคือ เจรัลต์ ถูกสังหารโดยสายลับของ “ผู้ที่คืบคลานในความมืด” บีเลธค้นพบว่า โซธิส คือ เทพธิดาต้นกำเนิด (Progenitor Goddess) ที่ถูกฝังในตัวบีเลธตั้งแต่เกิด และต่อมาหลอมรวมกับบีเลธ ภายหลังเผยว่า จักรพรรดิเพลิง คือ เอเดลการ์ด ซึ่งมี ตราสัญลักษณ์แห่งเพลิง (Crest of Flames) เช่นเดียวกับบีเลธ ข้อมูลนี้ถูกต้องและเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่อง


สงครามและการแตกแขนงของเส้นทาง

หลังจากเหตุการณ์นี้ ฟอดแลนก็เข้าสู่สงคราม เรื่องราวจะแตกต่างกันอย่างมากหลังจากช่วงข้ามเวลาไปห้าปี แต่ละบ้านจะนำไปสู่เส้นทางและบทสรุปของความขัดแย้งที่แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น เส้นทางกวางทองเกี่ยวข้องกับการเอาชนะเนเมซิสและสำรวจโลกภายนอกความขัดแย้งภายในฟอดแลน ในขณะที่เส้นทางสิงโตครามจะเน้นไปที่ดิมิทรีและการเอาชนะเอเดลการ์ด เส้นทางนกอินทรีดำมีสองทางเลือก คือการเข้าข้างเอเดลการ์ดเพื่อเอาชนะเรียและยกเลิกระบบขุนนางและโบสถ์ หรือเข้าข้างโบสถ์

หลังข้ามเวลา 5 ปี ฟอดแลนเข้าสู่สงครามเต็มรูปแบบ แต่ละเส้นทางมีบทสรุปต่างกัน:

  • เส้นทางกวางทอง (Golden Deer): เน้นต่อสู้กับ เนเมซิส และสำรวจโลกนอกฟอดแลน
  • เส้นทางสิงโตคราม (Blue Lions): เน้น ดิมิทรี ปะทะและเอาชนะ เอเดลการ์ด
  • เส้นทางนกอินทรีดำ (Black Eagles): มีสองตัวเลือก:
    1. เข้าข้าง เอเดลการ์ด เพื่อโค่น เรีย และระบบขุนนาง/โบสถ์
    2. เข้าข้างโบสถ์เพื่อต่อต้าน เอเดลการ์ด

 

 


 

เครดิต
Credit

บทสรุปเกม
WALKTHROUGH

ตัวละคร.
CHARACTER.


ข้อมูลเบื้องต้น
Basic information


ข้อมูลที่น่าสนใจ
ARRTICLE INTERESTING


ความลับ ,โกงเกม
Secrets, Cheat Game


เว็บไซต์:ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
Related Website

ยูทูป เกมส์มิ่ง
Gaming - YouTube

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง
Related content

ดาวน์โหลดเกม
GAME DOWNLOAD

-

ชวนฟัง! - รีวิวแนะนำ